มาตรฐานใหม่แห่งความปลอดภัย นวัตกรรม Nerve-Sparing และเทคนิคการผ่าตัดถนอมเส้นประสาท

22 เม.ย., 2026 | กิจกรรมและข่าวสาร

มาตรฐานใหม่แห่งความปลอดภัย นวัตกรรม Nerve-Sparing และเทคนิคการผ่าตัดถนอมเส้นประสาท

“ไขความลับความปลอดภัยในการผ่าตัดโครงหน้า: ทำไมเทคนิค Nerve-Sparing ถึงเปลี่ยนชีวิตคนไข้”

ท่ามกลางความก้าวหน้าของศัลยกรรมความงามในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เป็นปราการสำคัญและเป็นความกังวลสูงสุดที่ทำให้คนไข้หลายท่านลังเลใจในการตัดสินใจผ่าตัดกราม ขากรรไกร หรือปรับแก้คาง คือ “ความเสี่ยงต่อการสูญเสียความรู้สึก” หรืออาการชาถาวร (Permanent Numbness) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทสำคัญที่ชื่อว่า Inferior Alveolar Nerve (IAN) ซึ่งทอดตัวอยู่ภายในแนวกระดูกขากรรไกรล่างอย่างลึกลับ

เพื่อทลายความกังวลนี้ ผศ.ดร.นพ.ทพ.ชาญชาย วงศ์ชื่นสุนทร จึงได้ยกระดับมาตรฐานการผ่าตัดด้วยการนำเทคโนโลยี Digital Surgical Mapping หรือการวางแผนและวัดระยะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ขั้นสูง มาประสานเข้ากับเทคนิค Nerve-Sparing เพื่อมอบความปลอดภัยที่เหนือกว่าระดับสากล

  1. การระบุตำแหน่งเส้นประสาทด้วยความแม่นยำระดับไมครอน
    ในอดีต ศัลยแพทย์ต้องอาศัยเพียงภาพเอกซเรย์ 2 มิติ และประสบการณ์ในการคาดคะเนตำแหน่งเส้นประสาท ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากกายวิภาคของเส้นประสาทในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน แต่ด้วยนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน คุณหมอชาญชายจะใช้ข้อมูลจาก High-Resolution CT Scan มาสร้างเป็นโมเดลใบหน้า 3 มิติ เพื่อทำการ “Nerve Mapping“หรือการวาดเส้นทางเดินของเส้นประสาทภายในกระดูกอย่างละเอียด
    การวัดและออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยให้เราสามารถมองเห็น “ท่อเส้นประสาท” ได้อย่างชัดเจนทะลุผ่านเนื้อกระดูก ทำให้ศัลยแพทย์ทราบตำแหน่งที่แน่นอน ทั้งความลึก องศา และระยะห่างจากผิวหน้ากระดูกก่อนที่จะลงมือผ่าตัดจริง การทราบพิกัดที่ชัดเจนนี้เปรียบเสมือนการมีระบบ GPS นำทางที่แม่นยำ ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถกำหนดแนวตัดกระดูก (Osteotomy Line) เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นประสาทได้อย่างเด็ดขาด ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสหรือกระทบกระเทือนเส้นประสาทให้เหลือน้อยที่สุดจนแทบเป็นศูนย์
  2. เทคนิค Nerve-Sparing ร่วมกับนวัตกรรม Piezosurgery
    เมื่อเรามี “แผนที่” ที่ชัดเจนจากคอมพิวเตอร์แล้ว ขั้นตอนการลงมือผ่าตัดจริงคุณหมอจะใช้เทคนิค Nerve-Sparing ร่วมกับเครื่องมือ Piezosurgery หรือมีดผ่าตัดคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Bone Cutting) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน
    นวัตกรรม Piezosurgery มีคุณสมบัติพิเศษที่ชาญฉลาด คือจะเลือกตัดเฉพาะเนื้อเยื่อที่มีความแข็งอย่าง “กระดูก” เท่านั้น แต่จะไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท หรือหลอดเลือด แม้ในกรณีที่เครื่องมือต้องเข้าใกล้ตำแหน่งเส้นประสาทตามที่คอมพิวเตอร์ระบุไว้ ความแม่นยำนี้ช่วยให้การตัดแต่งกรามและคางมีความประณีตสูงสุด ลดการสูญเสียเลือดในห้องผ่าตัดได้มากกว่า 50% และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาการรับความรู้สึกของริมฝีปากและคางของคนไข้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์
  3. ความเชื่อมั่นที่พิสูจน์ได้ด้วยสถิติและงานวิจัย
    อ้างอิงจากบทความวิชาการในวารสาร Journal of Cranio-Maxillofacial Surgery การใช้เทคนิคการผ่าตัดผ่านระบบคอมพิวเตอร์นำทาง (Virtual Surgical Planning) ร่วมกับเครื่องมือเฉพาะทาง สามารถลดอัตราการเกิดภาวะประสาทรับความรู้สึกผิดปกติหลังผ่าตัดจากเดิมที่เคยสูงถึง 20-30% ในสมัยก่อน ให้เหลือเพียงไม่ถึง 1-2% ในปัจจุบัน
    ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่มันคือ “ความมั่นใจ” ที่คนไข้จะได้รับ ว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองในครั้งนี้จะมาพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร่างกายจะฟื้นตัวได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ อาการบวมเขียวช้ำจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเนื้อเยื่อรอบข้างได้รับการถนอมอย่างดีที่สุด ทำให้คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ยิ้มได้อย่างมั่นใจ และพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
  4. การดูแลหลังผ่าตัดที่เหนือกว่าและครบวงจร
    ความใส่ใจของคุณหมอชาญชายไม่ได้สิ้นสุดเพียงในห้องผ่าตัด ระบบการดูแลหลังผ่าตัดที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลจะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของระบบประสาทและกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญระดับดุษฎีบัณฑิตและความลึกซึ้งในกายวิภาคศาสตร์ใบหน้า (Facial Anatomy) ทุกรายละเอียดตั้งแต่การวางแผนคอมพิวเตอร์ไปจนถึงการเย็บแผล จึงถูกจัดการด้วยความประณีตสูงสุด
    นี่คือเหตุผลที่คนไข้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างมอบความไว้วางใจ เพราะที่นี่เราไม่ได้มอบเพียงความสวยงามที่ภายนอก แต่เรามอบ “ความปลอดภัยที่สัมผัสได้” และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนตลอดชีวิต

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกโครงหน้าและขากรรไกร

โดย ผศ.ดร.ทพ.นพ.ชาญชาย วงศ์ชื่นสุนทร
ศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดโครงหน้าและขากรรไกร