“ปลดล็อกอัตลักษณ์สตรีที่สมบูรณ์แบบ เมื่อโครงสร้างกระดูกคือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านอย่างมั่นใจ”
การศัลยกรรมโครงหน้าเพื่อความเป็นผู้หญิง หรือ Facial Feminization Surgery (FFS) ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงามตามสมัยนิยม แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการปรับสมดุลทางอัตลักษณ์เพื่อให้บุคคลข้ามเพศสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจและสอดคล้องกับจิตใจมากที่สุด สำหรับสาวประเภทสอง โครงสร้างกะโหลกศีรษะมักจะมีลักษณะเฉพาะทางชีววิทยาเพศชาย (Male-pattern Skeletal Structure) เช่น โหนกแก้มที่กว้างและสูง กรามที่หนาและกว้าง รวมถึงคางที่มีลักษณะเหลี่ยมและใหญ่ การแก้ไขจุดเหล่านี้จึงต้องอาศัยเทคนิคระดับสูงที่ ผศ.ดร.นพ.ทพ.ชาญชาย วงศ์ชื่นสุนทร พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด 4D Facial Identity Designing
วิเคราะห์ความแตกต่างทางชีววิทยาระหว่างโครงหน้าชายและหญิง ในทางกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) กระดูกขากรรไกรของเพศชายจะมีมุมที่กางออก (Everted angle) และมีความหนาของมวลกระดูกมากกว่าเพศหญิง ในขณะที่โหนกแก้มของเพศชายมักจะยื่นออกมาทางด้านข้างอย่างเด่นชัด การปรับเปลี่ยนด้วยเทคนิค High L-Shaped Osteotomy ในกลุ่มสาวประเภทสองจึงไม่ได้ทำเพียงเพื่อให้โหนกแก้มเล็กลง แต่เป็นการเลื่อนตำแหน่งกระดูกเพื่อให้จุดสูงสุดของโหนกแก้ม (Malar highlight) ย้ายมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตามลักษณะของผู้หญิง ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนหวานและละมุนขึ้นทันที
เทคนิค V-Line Surgery และการออกแบบคางเฉพาะบุคคล ปัญหาที่พบบ่อยในสาวประเภทสองคือคางที่ดูยาวและกว้างเกินไป คุณหมอชาญชายจะใช้เทคนิค Genioplasty หรือการตัดแต่งกระดูกคางจริงแทนการเสริมซิลิโคน เพราะการใช้กระดูกจริงช่วยให้สามารถลดขนาด (Reduction) และเลื่อนตำแหน่ง (Sliding) ได้ทุกมิติ ทั้งการทำให้คางแคบลง เลื่อนมาด้านหน้าเพื่อให้ดูมีมิติ หรือลดความยาวลงเพื่อให้สัดส่วนใบหน้าส่วนล่างดูสมดุล อ้างอิงจากงานวิจัยในวารสาร Plastic and Reconstructive Surgery พบว่าการปรับโครงสร้างกระดูกคางและกรามพร้อมกันให้ผลลัพธ์ในการ “Passing” (การได้รับการยอมรับในเพศสภาพที่เป็นอยู่) สูงกว่าการทำเพียงจุดเดียวอย่างมีนัยสำคัญ
ความแม่นยำด้วยนวัตกรรม 4D และความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากกระดูกขากรรไกรของสาวประเภทสองอาจมีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ การใช้เทคโนโลยี Virtual Surgical Planning (VSP) จึงมีความสำคัญมาก คุณหมอจะจำลองการตัดแต่งกระดูกในระบบคอมพิวเตอร์ก่อนการผ่าตัดจริง เพื่อหลีกเลี่ยงแนวเส้นประสาทและกำหนดองศาความละมุนให้เป๊ะที่สุด เทคนิค Nerve-Sparing จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำให้คนไข้มั่นใจว่าจะได้รับใบหน้าที่สวยหวานโดยไร้กังวลเรื่องอาการชาถาวร มอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อให้คุณเป็นผู้หญิงในแบบที่ฝันไว้อย่างสมบูรณ์แบบ



